เที่ยวเมืองคาโลวี วารี (Karlovy Vary)

เที่ยวเมืองคาโลวี วารี (Karlovy Vary)


เมืองคาโลวี วารี (Karlovy Vary) เป็นเมืองแห่งสปาที่มีความสวยงามในประเทศเช็ก สามารถมาที่นี้แบบไปกลับภายในหนึ่งวันจากปรากได้ บ้านแต่ละหลังมีสีลูกกวาดพาสเทลน่ารักๆ โดยเมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 14 โดยรับสั่งของพระเจ้าชาร์ลที่ 4 (Charles IV) เล่ากันว่าน้ำพุร้อนร้อนที่นี่มีความมหัสจรรย์ในการเยียวยารักษา

อย่างไรก็ตามการพัฒนาสปาและการก่อสร้างของเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำ ออเช (Ohre) และแม่น้ำเทปลา (Teplá) เริ่มขึ้นทีหลังในศตวรรษที่ 16 โด่งดังไปทั่วในด้านการสปาแต่ไม่นานเมืองที่รุ่งเรืองแห่งนี้ก็มีภัยพิบัติน้ำท่วมและไฟไหม้ อีกครั้งหนึ่งที่ทำให้เมืองนี้อยู่ในควาทุกษ์ยากคือในช่วงสงครามสามสิบปี (Thirty Years' War) ผู้คนอดอยากแร้งแค้น ทำให้พวกเขาต้องหันมาขุดแร่ดีบุก ทำปืน เข็มและมีดแทน

เมืองถูกฟื้นฟูอีกครั้งในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นผลมาจากยุคเรเนซองค์ที่เจริญรุ่งเรื่อง ทำให้เหล่าขุนนางผู้ร่ำรวยจากเซ็กซอนนี่ (Saxony) โปแลนด์ (Poland) และ รัสเชีย (Russia) เริ่มกลับมาทำสปากัน รวมถึงเหล่าคนดังในศตวรรษที่ 18-19 อย่าง บีโทเฟน (Beethoven) ทอลสตอย (Tolstoy) โมสาร์ท (Mozart) คาฟคา (Kafka) และ ปีเตอร์เดอะเกรท (Peter the Great)
ต่อจากนี้คือสถานที่ไม่ควรที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยี่ยมชมเมืองคาโลวี วารี (Karlovy Vary)

 

ทำอะไรดีในเมืองคาโลวี วารี (Karlovy Vary)


สิ่งแรกที่ต้องทำในเมืองนี้คือการดื่มน้ำพุร้อนในจุดต่างๆ โดยน้ำแต่ละแหล่งจะไม่เหมือนกันเพราะอุณหภูมิต่างกันทำให้ปริมาณเกลือและแร่ธาตุไม่เท่ากันรสชาติจึงต่างไปด้วย ถ้าใครไม่ได้พกแก้วหรือขวดที่กันความร้อนไปก็สามารถซื้อได้ที่นี่ซึ่งขายทั่วไป ให้กิจกรรมนี้เป็นสิ่งแรกเลยก็เพราะตอนถึงสถานีรถบัสแล้วสามารถเดินผ่านถนนที่มีชื่อว่า มาซาริก้า(Masaryka) ซึ่งเป็นถนนเส้นทแยงมุมที่จะพาเราไปยังศูนย์กลางสปา พร้อมทั้งชื่นชมสถาปัตยกรรมอาร์ตนูโว (lavish Art Nouveau) และ บาโร้กที่หรูหรา (Baroque) ซึ่งถูกผสมด้วยสไตล์คอมมิวนิวส์



The Spa Hotel Thermal

ถ้าแปลเป็นไทยเลยคือโรงแรมสปาร้อน ก่อนที่จะถึงโซนสปาแถวบริเวณแม่น้ำ เทปลา (Teplá) ต้องแวะชมที่นี่ก่อน ตัวอาคารนั้นได้อิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบสังคมยมอันแข่งกร้าว (Socialist Brutalist Architecture) อีกทั้งที่นี่ยังเป็นที่จัดแสดง เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติคาโลวีวารีอันหรูหราในช่วงเดือนกรกฎาคม ด้านในมีโรงหนังทั้งหมดสามโรง

 

สวนสาธารณะดิโวชาค (Dvorák Park)

สวนแห่งนี้อยู่ตรงข้ามกับโรงแรม The Spa Hotel Thermal ที่เราไปมาเมื่อกี้นี้ ซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามนักแต่งเพลงเอนโทนี ดวอชาค (Antonín Dvorák) มีรูปปั้นของเขาอยู่ที่นี้ด้วย สวนมีบ่อน้ำและต้นไม้ที่เขียวขจีเหมะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ

The Park Colonnade


ต่อมาคือสวนสาธารณะโคโลเนด ในศตวรรษที่ 19 มีการตกแต่งแบบหรูหราผสมสไตล์เวียนนีสไปนิดหน่อย ตัวศาลาที่เคยอยู่ล้อมถูกทำให้กลายเป็นแบบในรูป เมื่อเดินลงไปจนสุดเราก็จะได้ลองดื่มน้ำสปากันที่ น้ำพุงู (Snake Spring) โดยไหลออกมาจากงูแกะสลักในอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส เล่ากันว่าที่ทำเป็นก๊อกงูก็เพราะที่นี้เคยมีงูหญ้า (grass snake) อยู่ตามแนวต้นไม้ แต่สบายใจได้เพราะตอนนี้ไม่มีแล้ว



The Mill Colonnade

อันนี้คือพลาดไม่ได้เลย เพราะเป็นสิ่งก่อสร้างที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะเสาสไตล์คอรินเธียน (Corinthian) ที่เรียงยาวทำให้การดื่มน้ำมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก โดยที่นี่มีแหล่งน้ำพุ 5 แห่งด้วยกัน (ร้อนกว่าน้ำพุงูจนทำให้ขวดพลาสติกละลายได้) ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1880 ช่วงแรกนี่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่จนถึงปัจจุบันที่กลายเป็นจุดสำคัญของเมืองและดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย และเมื่อดื่มน้ำไปหลายแหล่งแล้วอาจจะทำให้ต้องมองหาห้องน้ำซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมสุดของอาคาร



The Market Colonnade

สถานที่นี้มีแหล่งน้ำพุอยู่ด้านใน ชื่อว่าน้ำพุชาร์ลที่ 4 (Charles IV Spring) เพราะว่าเป็นน้ำพุดั้งเดิมที่กษัตริย์ชาร์ลที่ 4 ใช้รักษาอาการป่วยที่ขาตั้งแต่ในศตวรรษที่ 14 ซึ่งแต่ก่อนเป็นแค่บ่อน้ำร้อนที่อยู่ท่ามกลางป่า สามารถนั่งดื่มน้ำแบบสบายๆพร้อมกับดื่มด่ำสถาปัตยกรรมที่สวยงามแห่งนี้ไปพร้อมๆกัน

หลังจากนั้นก็จะเดินกลับไปทางเดิมกับที่น้ำพุงูอยู่และหยุดที่อาคารที่มีโดมเขียวๆ ที่นั้นขายเบเครอฟก้า (Becherovka) หรือเหล้าที่หมักจากสมุนไพรต่างๆ มีต้นกำเนิดแท้ๆจากเมืองคาโลวี วารี เขาบอกว่าช่วยในเรื่องของ
ระบบย่อยและช่วยดูแลรักษาร่างกาย

 

The Hot Spring Colonnade

ที่น้ำพุร้อนโคโลเนดเราจะได้สัมผัสถึงความเป็นคอมมิวนิสต์ของสาธารณรัฐเช็กในอดีตผ่านสถาปัตยกรรมในบริเวณนี้ ไฮไลท์เลยคือน้ำพุที่ขึ้นจากใต้ดินเป็นช่วงๆ (Hot Spring Geyser) พ้นน้ำออกมาได้สูงสุดถึง 12 เมตร มีอุณหภูมิอยู่ที่ 72 องศาเซลเซียสและถือว่าเป็นแหล่งน้ำพุที่ร้อนที่สุดของเมืองนี้


The Grandhotel Pupp


เมื่อเราตระเวนดื่มน้ำกันเสร็จแล้ว ก็ต่อด้วยโรงแรมห้าดาวแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1700 และในอดีตถือว่าเป็นโรงแรมที่หรูที่สุดของเมืองคาโลวี วารี (Karlovy Vary) ถูกใช้ถ่ายทำหนังเรื่องเจมส์ บอนในฉากกาซิโน ต่อมาเราจะไปสถานที่ต่อไปที่อยู่ใกล้กันกับที่นี่ (ระหว่างทางก่อนถึงโรงแรมต้องลองชิมเวเฟอร์ที่เป็นขนมท้องถิ่นของเมืองคาโลวี วารีที่ร้าน U Jachyma)


Diana Tower Lookout

สถานที่นี้อยู่ทางด้านขวามือของโรงแรม The Grandhotel Pupp โดยเราสามารถขึ้นรถรางที่เคลื่อนขึ้นไปบนเนินสู่หอคอยและป่าสลาฟคอฟ (Slavkov) ตั๋วราคาไปกลับ 80 CZK ถ้าใครชอบเดินก็สามารถเดินได้ ไม่ไกลมากประมาณ 150 เก้า หรืออีกทางเลือกคือขึ้นลิฟท์ไปยังหอคอยเพื่อดูวิวสวยๆของเมือง

 

สถานที่ทำสปาแนะนำ

- เดอะคาสเซิลสปา (The Castle Spa) มีบ่อนำร้อนและสไตล์ที่ทันสมัยกว่าสปาที่อื่นๆ ประสบณ์การที่ได้รับจะเป็นแบบสากลหรือไม่ได้เป็นแบบดั้งเดิมเสียทีเดียวและราคาค่อนข้างสูงกว่าที่อื่น ป้ายด้านหน้าสปาจะไม่ได้เขียนว่า The Castle Spa แต่จะเขียนว่า Zámecky Lazne

สามารถดูรายละเอียดและราคาได้จากเว็บไซต์
 http://www.zamecke-lazne.com/en/

(จันทร์ถึงวันศุกร์เปิดเวลา7.30 - 19.30 นาฬิกา และ เสาร์อาทิตย์เวลา 8.30 - 19.30 นาฬิกา)

- โรงแรมเดอะวินเซอร์ (The Windsor Hotel) เป็นอีกที่ที่เราสามารถแช่น้ำในบ่อน้ำร้อนอันแสนผ่อนคลาย อยู่บริเวณใจกลางของโซนสปา (Spa Zone) ราคาในการทำสปาไม่แพง และบ่อน้ำร้อนดูสะอาดแต่ไม่ได้ใหญ่มาก

สามารถดูรายละเอียดและราคาได้จากเว็บไซต์

https://windsor-carlsbad.cz/en/hotel-service/medical-and-wellness-treatments

- โรงแรมสปาร้อน (Spa Hotel Thermal) เราได้กล่าวถึงที่นี่ไปแล้วในสถานที่ที่ควรไป แต่มีมากกว่านั้นคือ การว่ายน้ำในบ่อน้ำร้อนกลางแจ้งของโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งสามารถเห็นวิวสวยๆของบริเวณสปา (Spa Zone) ของเมืองคาโลวี วารี (Karlovy Vary)ได้

สามารถดูรายละเอียดและราคาได้จากเว็บไซต์
https://www.thermal.cz/

- อาล์สเบทินี ลาซเนอะ (Alzbetiny Lazne) สถานที่สุดท้ายสำหรับคนที่อยากจะทำสปาแบบจริงจัง คืออาล์สเบทินี ลาซเนอะ (Alzbetiny Lazne) ที่นี่เป็นสถานที่ทำสปาที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองนี้ ตัวอาคารพึ่งถูกสร้างขึ้นมาในศตวรรษที่ 20 เชื่อว่าสปาจะช่วยบำบัดร่างกายให้ดีขึ้นได้ ตั้งอยู่บริเวณจุดเริ่มต้นของบริเวณสปา (Spa Zone) ของเมือง ซึ่งตัวอาคารจะเป็นสไตล์นีโอ-บาร็อก (Neo-Baroque) โดยการบำบัดก็จะมีแบบการแช่ในอ่าง การนวด และการสูดดมน้ำร้อนเพื่อบำบัดทางเดินหายใจ
สามารถดูรายละเอียดและราคาได้จากเว็บไซต์ http://www.spa5.cz/en/treatments.html
(เปิดเวลา 9.00 - 21.00 นาฬิกา แต่วันอาทิตย์ปิดเร็วตอน 18.00 นาฬิกา)




สถานที่ช้อปปิ้งและของฝาก

ร้านของฝากจะมีอยู่ทั่วไปในแหล่งท่องเที่ยวของเมืองนี้ ของฝากที่นิยมกันได้แก่

- แก้วที่ไว้ดื่มของร้อน ขอบเป็นสีทองและลายเป็นรูปต่างๆของเมืองหาได้ทั่วไปตามร้านของฝาก

- ขนมเวเฟอร์สปา (Spa Wafer) เป็นแผ่นกลมบาง สอดไส้หลายรูปแบบหลักๆคือรสช็อกโกเลต

- แก้วคริสตัลโบฮิเมียน (Bohemian Crytal) จากโรงงานผลิตแก้วสไตล์คาโลวีวารี ที่แนะนำเลยคือ โรงงานผลิตแก้วโมเซอร์ (the Moser Glass Factory) ที่ถูกสร้างขึ้นโดย ลุตวิก มูเซอร์ (Ludwig Moser) ในปี ค.ศ. 1800 เคยทำให้ราชวงศ์ออสเตรียน - ฮังกาเรียน (Austrian-Hungarian) ใช้อีกด้วย

- เหล้าเบรนด์ Becherovka ที่มีต้นกำเนิดแท้ๆจากเมืองนี้จากพิพิธภัณ์เจน เบเชอร์ (Jan Becher Museum)

 

โรงแรมแนะนำ

โรงแรมแนะนำของเมืองนี้ได้ถูกกล่าวมาแล้วในข้างต้นทั้ง The Spa Hotel Thermal,
The Grandhotel Pupp และ The Windsor Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่หรูหรา มีประวัติอันยาวนานคู่กับเมืองคาโลวี วารี (Karlovy Vary) มีสปาอยู่ในตัวและเป็นที่พึงพอใจของแขก
สามารถดูเพิ่มเติมได้จาก https://www.luxuryhotelsguides.com/?ufi=-547025&gclid=CjwKCAjwpuXpBRAAEiwAyRRPgaKsgbWfuIzIlDgokpzeC4xdu56bvDnWiy7gZeJViFogZZoYwu6JfRoCr5YQAvD_BwE



วิธีไปคาโลวีวารี (Karlovy Vary) จากปราก 

รถบัส

วิธีนี้เป็นวิธีที่ถูกที่สุด ราคาตั๋วรถบัส 160 CZK ใช้เวลาสองชั่วโมงครึ่งจากปรากถึงคาโลวีวารี ให้ลงที่สถานีชื่อว่า Dolní Nádrazí แล้วเดินไปยังบริเวณสปา (Spa Zone) ได้เลย

รถไฟ 

ถ้าเลือกรถไฟราคาจะแพงกว่าอยู่ที่ 322 CZK และใช้เวลาสามชั่วโมงครึ่งถึงสถานี Horní Nádrazí เมื่อถึงแล้วก็สามารถเรียกแท๊กซี่ต่อไปที่บริเวณสปา (Spa Zone)
(ทั้งสองตัวเลือกสามารถจองตั๋วผ่านเอพได้ เช่น FlixBus หรือ Omio หรือซื้อได้ที่สถานีเลยก็ได้)

*ไม่มีไฟล์ทจากปรากไปเมืองนี้เพราะระยะทางสั้นแค่ 130 กิโลเมตร



พิมวดี ประสาร สาขาวิชายุโรปศึกษา (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)

ที่มา www.seeyouagain-europe.com

จองโรงแรม

 

 Booking.com

 

จองโรงแรม

 Booking.com